Jump to content


ท่านที่สมัครสมาชิกเข้ามาใหม่ กรุณารอให้ Admin ได้ทำการ Validate การเป็นสมาชิก ภายใน 24 ชม.ของวันทำการ ซึ่งระหว่างที่รอ Validation ท่านอาจจะยังไม่สามารถดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ ได้ หากไม่ได้รับความสะดวก กรุณาอีเมลแจ้ง isothainetwork@hotmail.com

Photo

Let's live for today


  • Please log in to reply
2 replies to this topic

#1 Suppadej

Suppadej

    Super Hornor Member

  • Super Power Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 1,613 posts
  • Gender:Male

Posted 25 July 2012 - 09:08 AM

อยากให้ทุกคนอดทนอ่านให้จบ เพราะอาจได้แง่คิดดีๆครับ



เขาอายุเพียง ๕๓, เป็นผู้บริหารสูงสุดของ
บริษัทตรวจบัญชียักษ์ “KPMG” ของสหรัฐฯ,
ได้รับเงินเดือนอันดับต้น ๆ ของสุดยอดนักบริหารมะกัน, กำลังอยู่จุดสูงสุดของอาชีพ...กำลัง
เตรียมเดินทางรอบโลก, เตรียมไปร่วมงานวันแรกของลูกสาวขึ้นเรียนชั้นมัธยม, ทุกอย่างกำลัง
เป็นไปอย่างเฟื่องฟู
และวันดีคืนดี, หมอก็ตรวจพบว่า
นาย “ยูจีน โอ’เคลลี่” (Eugene O’Kelly)
มีมะเร็งในสมองและอยู่ในขั้นสุดท้ายเสียด้วย
[/size]
หมอบอกว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน ๓ ถึง ๖ เดือน
ไม่ต่างอะไรกับสวรรค์อับปางลงต่อหน้าต่อตา,
ความฝันทุกอย่างที่มีสำหรับตัวเองและครอบครัว
พังสลายลงมาฉับพลัน
ยูจีนตัดสินใจว่าเขาจะไม่ยอมนอนรอวันตาย,
เขาตัดสินใจปรับแผนชีวิตเพื่อให้ไม่กี่สิบวันของชีวิต
ที่เหลือมีความหมายที่สุด
ผมรู้จักเขาจากหนังสือ
“Chasing Daylight” (“ไล่ล่าแสงตะวัน”)
ที่ออกขายมาในอเมริการะยะหนึ่งแล้ว
เป็นหนังสื่อที่เขาเล่าชีวิตวันต่อวันจนถึงวันสุดท้าย
โดยมีบทส่งท้ายเขียนโดยภรรยาที่ชื่อ “คอรีนน์”
ซึ่งเป็นทั้งเงาประจำตัวและเป็นพยาบาลตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ที่เล่าถึงนาทีสุดท้ายของชีวิตของสามี
เรื่องราวน่าทึ่งของนักธุรกิจใหญ่ที่ต้องเผชิญกับ
“กำหนดตารางวันตาย” นี้เป็นการบันทึก
“การเดินทางวาระสุดท้าย” อย่างกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว
ภายใต้ชื่อหนังสือนั้น, คนเขียนอธิบายว่ามันคือเรื่องราวส่วนตัวที่เล่าขานอย่างละเอียดละออว่า
“ความตายที่กำลังจะมาถึง
ไปปรับเปลี่ยนชีวิตของข้าพเจ้าอย่างไรบ้าง”
“ทันทีที่หมอบอกว่าผมจะมีชีวิตอยู่อีก ๓ ถึง ๖ เดือน,
ผมก็ถามตัวเองว่า “ทำไมช่วงสุดท้ายของชีวิตคนเรา
จะต้องเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุด
เขาบอกตัวเองว่าเขาจะทำให้วันเวลาช่วงสุดท้ายก่อนตายนั้นเป็น
“ประสบการณ์ทางสร้างสรรค์ที่ควรจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของชีวิต” ให้ได้
เมื่อมีเวลาไตร่ตรองและพูดคุยกับตัวเองเพียงพอ,
ยูจีนก็บอกว่าถือว่าเป็น “โชคดี” ที่เขารู้ล่วงหน้าว่าจะตาย
เพราะคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีเวลาคิดถึงความตายของตัวเองก่อนด้วยซ้ำ
เพราะมันมาอย่างรวดเร็ว, กระทันหัน,
และเจ้าตัวตั้งตัวไม่ทันด้วยซ้ำไป
หมอบอกเขาว่ามะเร็งในสมองของเขาส่วนนั้นจะไม่ทำให้มีอาการเจ็บปวดมากนัก
ความเสื่อมของสมองมาค่อย ๆ มาในรูปของเงามืด สายตาจะพร่ามัว
และเมื่อถึงเวลาอาการก็จะทรุดเข้าสู่โคม่า
ความมืดของกลางคืนจะมาถึง และเขาก็จะตาย
เขานับนิ้วแล้วว่าจะเหลือชีวิตเพียง ๑๐๐ วัน
เขาย้อนมองชีวิตการทำงานเขาแล้วก็ปลงว่าเขาไม่เคยมีเวลาให้กับครอบครัว,
ไม่ค่อยได้กลับบ้านกินข้าวเย็นกับภรรยาและลูก,
แม้ลูกจะอ้อนว้อนขอร้องให้เขาไปร่วมงานโรงเรียนของลูก
เพราะพ่อแม่ของเพื่อนๆ ต่างก็ไปร่วมทั้งนั้น,
เขากลับอ้างว่ามีนัดหมายเรื่องงานการ
ที่ไม่อาจจะไปเป็นเพื่อนของลูกได้
ยูจีนนั่งเสียใจว่าเขาใช้ชีวิตอย่าง
“นักธุรกิจที่ไม่เคยมีเวลาให้กับครอบครัว”
ทั้งๆ ที่เขาอ้างว่าที่เขาทำงานหามรุ่งหามค่ำ,
ต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ได้ตำแหน่งสูงขึ้นและได้รายได้เพิ่มพูนขึ้นนั้น
ก็เพราะเขารักครอบครัว
“ในฐานะซีอีโอของบริษัทใหญ่ที่มีพนักงานถึง ๒๐,๐๐๐ คน, ผมมีสิทธิ์พิเศษมากมาย
แต่งาน
ในตำแหน่งนั้นก็กดดันให้ผมต้องทำงานอย่างบ้าเลือด ปฏิทินงานการของผมกำหนดไว้ ๑๘ เดือนล่วงหน้า
ผมเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมงตลอดเวลา,
ผมทำงานตลอดเวลา, แม้วันสุดสัปดาห์ก็ไม่ได้เว้น,
กลางดึกกลางดื่นผมก็ยังทำงาน,
ผมไม่เคยได้ไปงานโรงเรียนของลูกสาวคนเล็กของผมเลย สิบปีแรกหลังการแต่งงา
ผมไม่เคยไปพักร้อนกับภรรยาเลย...”
แต่เขารู้วันที่เขามีชีวิตเหลือไม่กี่เดือนว่านั่นเป็นข้ออ้างที่เขาไม่มีโอกาสได้แก
้ตัวอีก
ยูจีนตัดสินใจว่าเขาจะทำให้การจากโลกของเขา
เป็น “ความตายที่ดีที่สุด” เท่าที่จะทำได้
เขาเรียกมันว่า “the best possible death”
เขานั่งลงเขียน “สิ่งที่ต้องทำก่อนตาย” อย่างนี้
๑. จัดแจงเรื่องกฎหมายและการเงินของตัวเองให้ครอบครัวให้เรียบร้อย
๒. “ร่ำลา” ครอบครัว, เพื่อนสนิท, และเพื่อนร่วมงาน
๓. ทำให้ทุกอย่างที่เหลือของชีวิตเป็นเรื่อง “ง่ายๆ และสบาย ๆ”
๔. อยู่กับปัจจุบันทุกนาที
๕. สร้างและเปิดอารมณ์ให้รับ “นาทีอันสมบูรณ์” (“perfect moments”)
ตลอดเวลาจนถึงลมหายใจสุดท้าย
๖. เริ่มต้นกระบวนการ “ผ่องถ่าย” ไปสู่ภาวะถัดไป
๗. เตรียมงานศพของตัวเอง
น่าแปลกว่า สำหรับคนที่ต้องรับการรักษาที่ทำให้ร่างกายต้องผ่ายผอม
และสมองทำงานช้าลงไปเรื่อยๆ นั้น,
ยูจีนสามารถทำตามตารางที่วางไว้ให้กับตัวเองเกือบทั้งหมด
ทุกวัน, เขาจะนั่งลงเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยปากกา
เพราะสมองไม่พร้อมจะให้ใช้นิ้วพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้
และลายมือก็เริ่มจะเฉๆ ไฉๆ ไม่เป็นตัวหนังสือแล้ว
แต่เขาก็มีความอดทนและมุ่งมั่นเขียนจนถึงอีกไม่กี่วันก่อนที่จะจากไป
โดยมีภรรยาของเขาเป็น “ผู้เขียนร่วม”
เพื่อปิดฉากชีวิตด้วยหนังสือที่เขาเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ไม่เคยคิดว่า
วันหนึ่งชีวิตอันยุ่งเหยิงและวุ่นวายกับการ “สร้างเนื้อสร้างตัว”
หรือ “สร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองและครอบครัว” นั้น
จะต้องปิดฉากลงอย่างฉับพลันอย่างนั้น
ยูจีนร่ำลาเพื่อนฝูงด้วยการเขียนจดหมายไปขอบคุณเขาที่ได้เป็นเพื่อนอันแสนดี
หรือเพื่อนร่วมกันที่น่ารัก....และบอกด้วยว่า เขากำลังจะจากโลกนี้ไปในเร็ววัน
ขอให้เพื่อนได้รับความขอบคุณจากเขาด้วย
หนึ่งในหลายร้อยฉบับที่เขาเขียนอำลาเพื่อนนั้นมีสั้นๆ อย่างนี้
“ดั๊กเพื่อนรัก...
เพื่อนคงได้ยินข่าวแล้ว, สุขภาพฉันย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เพราะเจ้ามะเร็งสมองระยะสุดท้าย
ที่ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้มาก็เพื่อจะบอกเพื่อนว่ามิตรภาพของเราตั้งแต่เราเรียนที่ Penn State ด้วยกันนั้นมีความหมายต่อชีวิตฉันอย่างมากทีเดียว
ขอให้เพื่อนโชคดีในชีวิต
ขอให้พระเจ้าคุ้มครองเพื่อนด้วย
ยูจีน...”
เขานั่งลงกับลูกทีละคนเพื่อ “พูดจาสั่งลา” กันอย่างสนิทสนม
อยากคุยเรื่องอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอดีต, หรือสิ่งที่เคยทำด้วยกัน
หรือประสบการณ์อันน่าประทับใจที่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน
ไม่จำเป็นต้องเป็นการแสดงความอาลัยอาวรณ์,
ไม่จำเป็นต้องเป็นการพูดคุยกันอย่างเป็น “สาระ” เกินไป.
.จะคุยอะไรก็ได้ระหว่างพ่อกับลูก, ลูกกับพ่อ, ผัวกับเมีย, เมียกับผัว..
.หัวเราะต่อกระซิก, กระเซ้าเย้าแหย่กันได้ก็ยิ่งดี
และสิ่งที่ยูจีนค้นพบที่สำคัญที่สุดก่อนหมดลมหายใจก็คือความสำคัญของการ
“อยู่กับปัจจุบัน” หรือ here and now
เพราะตลอดชีวิตของการทำงานนั้น,
เขาไม่เคยอยู่กับตัวเอง,
ไม่เคยอยู่กับปัจจุบันเลย...มีแต่อดีตกับอนาคต
เมื่อเขารู้ว่าเหลือชีวิตเหลือเพียงแค่ประมาณ ๑๐๐ วัน,
เขาจึงรู้ว่า
การ “อยู่กับปัจจุบัน” นั้นมีความหมายอันลึกซึ้งเพียงใด
[size="5"]Refer. Fw. Mail

"ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบกันเท่านั้น" E-mail suppadej@gmail.com

#2 nongnan2229

nongnan2229

    Supreme Member

  • Power Members
  • PipPipPipPip
  • 251 posts
  • Gender:Female
  • Location:Chonburi
  • Interests:ISO/TS 16949,ISO 14001,ISO 13485,ISO9001

Posted 25 July 2012 - 09:35 AM

จะร้องไห้

#3 iso_man

iso_man

    Super Hornor Member

  • Super Power Members
  • PipPipPipPipPipPip
  • 5,136 posts
  • Gender:Male

Posted 25 July 2012 - 09:44 AM

ผมว่าเขาได้อ่านเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของนายหลวงของเรา เขาคงมีความสุขมากกว่านี้
การมีความรู้ มาจากการเรียนรู้ และปฏิบัติ หากเรียนอย่างเดียวไม่ปฏิบัีติก็เรียกว่ารุ้ไม่จริง
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ chatriwat@hotmail.com
Facebook: poppithai
Tel:089-6834451




1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users