^_____^
ทิศทางปรับค่าจ้างและจ่ายโบนัสปี 2553-54
เน้นการจ่ายตามความสามารถ
รุ่งโรจน์ อรรถานิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารค่าจ้าง ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ สำรวจค่าจ้าง สถาบัน เอช อาร์ เซ็นเตอร์ ปี 2553 นี้ ได้คาดการณ์การปรับค่าจ้างของพนักงานในองค์กรต่างๆสำหรับการอ้างอิงในปี 2554 ไว้อย่างสนใจดังนี้
จากผลการสำรวจการขึ้นค่าจ้างจำนวน 198 องค์กรของภาคเอกชน ที่ถือได้ว่าเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมที่สูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมา ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงของผลการสำรวจอยู่หลายประเด็น รวมถึงแนวโน้มการการบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่จะมีผลกระทบต่อการจัดการธุรกิจ และสรุปเป็นประเด็นดังนี้
ในภาพรวมของธุรกิจ จะพบว่าดัชนีผู้บริโภคมีการปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2552 ในอัตรา 3.4%และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นถึง 4.5% และมีแนวโน้มเกี่ยวกับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากภาครัฐบาล ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นตามอัตราเพิ่มขึ้นของดัชนีผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลทำให้องค์กรที่ทำธุรกิจด้านการนำเข้าได้เปรียบจากการนำเข้าสินค้าหรือเ
ครื่องจักรในราคาที่ถูกลง ทำให้มีการขยายงานและจ้างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ และโลจิสติกส์ แต่ขณะเดียวกันธุรกิจที่มีการส่งออก หากไม่การวางแผนเรื่องค่าเงินที่แข็งขึ้น ก็จะประสบปัญหาในด้านต้นทุนได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น หลายองค์กรก็ยังมีแนวโน้มในการปรับค่าจ้างและจ่ายโบนัสที่ไม่แตกต่างจากปี 2552 เท่าใดนัก คาดการณ์ว่า การปรับค่าจ้างจะอยู่ที่ 5.4% และ โบนัสจ่ายกันอยู่ที่ 2.2 เดือน โดยเฉลี่ย โดยกลุ่มธุรกิจที่ขึ้นค่าจ้างสูงสุดได้แก่ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์ และกลุ่มที่จ่ายโบนัสสูงสุดได้แก่ กลุ่มยานยนต์
กลุ่มบริษัทขนาดกลาง มีแนวโน้มจะเริ่มจ้างพนักงานในอัตราแรกจ้างที่สูงกว่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะตำแหน่งด้านการตลาด และด้านการผลิต
ในแง่การพัฒนาพนักงาน ต้นทุนการพัฒนาต่อคนของตลาดยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาอยู่ ประมาณ 5000 บาท/คน/ปี และมีหลายองค์กรเริ่มนำระบบการจ่ายค่าจ้างตามความสามารถ (competency-based pay) มาใช้ในองค์กร พนักงานที่มีความสามารถหรือทักษะที่ดีขึ้นก็จะมีการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ หรือทำโครงสร้างเงินเดือนพิเศษแยกจากกลุ่มที่จ้างงานปกติ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าในปีหน้า หลายองค์กรจะเริ่มจัดทำ Training Road Map และ career path เพื่อพัฒนาพนักงานให้เติบโตสอดคล้องกับสายงานอาชีพ
ในภาพรวม แนวโน้มการบริหารงานทรัพยากรบุคคลในปี 2554 นั้น จะเน้นเรื่อง การขึ้นค่าจ้างตามสูตรใหม่ คือมีการกันงบประมาณการขึ้นค่าจ้างไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อไว้ปรับค่าจ้างให้พนักงานที่มีผลงานดีเด่นระหว่างปี รวมถึง การเร่งการทบทวนเส้นทางความก้าวหน้าของพนักงานในองค์กรกันใหม่ทั้งระบบ เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลง (Career Management)ของบุคลากร เพื่อลดอัตราการลาออก แต่ยังคงยึดระบบสมรรถนะ (Competency) เป็นหลักในการพัฒนาพนักงาน...
จากผลการสำรวจการขึ้นค่าจ้างจำนวน 198 องค์กรของภาคเอกชน ที่ถือได้ว่าเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมที่สูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจมา ในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงของผลการสำรวจอยู่หลายประเด็น รวมถึงแนวโน้มการการบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่จะมีผลกระทบต่อการจัดการธุรกิจ และสรุปเป็นประเด็นดังนี้
ในภาพรวมของธุรกิจ จะพบว่าดัชนีผู้บริโภคมีการปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2552 ในอัตรา 3.4%และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นถึง 4.5% และมีแนวโน้มเกี่ยวกับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากภาครัฐบาล ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นตามอัตราเพิ่มขึ้นของดัชนีผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ เช่น ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลทำให้องค์กรที่ทำธุรกิจด้านการนำเข้าได้เปรียบจากการนำเข้าสินค้าหรือเ
ครื่องจักรในราคาที่ถูกลง ทำให้มีการขยายงานและจ้างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ และโลจิสติกส์ แต่ขณะเดียวกันธุรกิจที่มีการส่งออก หากไม่การวางแผนเรื่องค่าเงินที่แข็งขึ้น ก็จะประสบปัญหาในด้านต้นทุนได้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น หลายองค์กรก็ยังมีแนวโน้มในการปรับค่าจ้างและจ่ายโบนัสที่ไม่แตกต่างจากปี 2552 เท่าใดนัก คาดการณ์ว่า การปรับค่าจ้างจะอยู่ที่ 5.4% และ โบนัสจ่ายกันอยู่ที่ 2.2 เดือน โดยเฉลี่ย โดยกลุ่มธุรกิจที่ขึ้นค่าจ้างสูงสุดได้แก่ กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์ และกลุ่มที่จ่ายโบนัสสูงสุดได้แก่ กลุ่มยานยนต์
กลุ่มบริษัทขนาดกลาง มีแนวโน้มจะเริ่มจ้างพนักงานในอัตราแรกจ้างที่สูงกว่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะตำแหน่งด้านการตลาด และด้านการผลิต
ในแง่การพัฒนาพนักงาน ต้นทุนการพัฒนาต่อคนของตลาดยังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาอยู่ ประมาณ 5000 บาท/คน/ปี และมีหลายองค์กรเริ่มนำระบบการจ่ายค่าจ้างตามความสามารถ (competency-based pay) มาใช้ในองค์กร พนักงานที่มีความสามารถหรือทักษะที่ดีขึ้นก็จะมีการจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ หรือทำโครงสร้างเงินเดือนพิเศษแยกจากกลุ่มที่จ้างงานปกติ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าในปีหน้า หลายองค์กรจะเริ่มจัดทำ Training Road Map และ career path เพื่อพัฒนาพนักงานให้เติบโตสอดคล้องกับสายงานอาชีพ
ในภาพรวม แนวโน้มการบริหารงานทรัพยากรบุคคลในปี 2554 นั้น จะเน้นเรื่อง การขึ้นค่าจ้างตามสูตรใหม่ คือมีการกันงบประมาณการขึ้นค่าจ้างไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อไว้ปรับค่าจ้างให้พนักงานที่มีผลงานดีเด่นระหว่างปี รวมถึง การเร่งการทบทวนเส้นทางความก้าวหน้าของพนักงานในองค์กรกันใหม่ทั้งระบบ เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลง (Career Management)ของบุคลากร เพื่อลดอัตราการลาออก แต่ยังคงยึดระบบสมรรถนะ (Competency) เป็นหลักในการพัฒนาพนักงาน...
อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.oknation....0/11/05/entry-1



This topic is locked








